Back to top

Onda lifting คืออะไร

Onda lifting (ออนด้า ลิฟติ้ง) คืออะไร และสำคัญอย่างไรกับการเลือกดูแลผิว

หากคุณกำลังมองหาวิธีใหม่ ๆ ในการทำให้ผิวกระชับขึ้นหรือลดไขมันที่จัดการยาก การเข้าใจทางเลือกการรักษาแบบใหม่เป็นเรื่องสำคัญ แนวทางนี้เป็นเทคนิคสมัยใหม่ที่อาจเข้ากับเป้าหมายด้านความงามและวิถีชีวิตของคุณ

Onda lifting ช่วยเรื่องผิวและรูปร่างได้อย่างไร

Onda lifting คือการรักษาแบบไม่ผ่าตัดที่ใช้คลื่นไมโครเวฟให้ความร้อนแบบเลือกจุดกับเซลล์ไขมันใต้ผิวและทำให้เซลล์ไขมันแตกตัว ขณะที่ปกป้องผิวชั้นบนไว้ จึงช่วยทั้งกระชับผิวและลดไขมัน แนวทางที่ตรงจุดนี้ทำให้ปรับรูปร่างได้อย่างได้ผลโดยรู้สึกไม่สบายตัวน้อยและพักฟื้นสั้น จึงเหมาะกับผู้ที่มองหาทางเลือกที่รุกล้ำน้อยกว่าหัตถการแบบเดิม

ข้อมูลสำคัญ

ภาพรวมเทคโนโลยี Onda lifting และผู้ที่เหมาะกับการรักษา

Onda lifting คือหัตถการความงามแบบไม่ผ่าตัดที่ใช้เทคโนโลยี Coolwaves จัดการเซลล์ไขมันและกระชับผิวไปพร้อมกัน ได้ผลดีเป็นพิเศษกับผู้ที่ผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลางและมีไขมันเฉพาะจุดบริเวณหน้าท้อง สีข้าง และต้นขา การรักษานี้ให้ประโยชน์สองทาง คือทำให้เซลล์ไขมันแตกตัวด้วยพลังงานไมโครเวฟพร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อให้ผิวแน่นขึ้น ผู้ที่เหมาะที่สุดคือผู้ที่น้ำหนักคงที่และผิวยังมีความยืดหยุ่นดี แต่ควรระมัดระวังในผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างหรือมีวัสดุฝังในร่างกาย ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ปรากฏตลอดหลายสัปดาห์ และต้องทำตามระยะห่างของแต่ละครั้งที่แนะนำเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลได้ที่ Rejuran ได้รับการรับรองจาก FDA หรือไม่

เทคโนโลยี Coolwaves ปล่อยคลื่นไมโครเวฟที่ความถี่ 2.45 GHz ให้ความร้อนแบบเลือกจุดกับเซลล์ไขมันใต้ผิวหนัง ขณะที่ปกป้องผิวชั้นบนด้วยระบบทำความเย็นในตัว

โดยทั่วไปทำ 2 ถึง 4 ครั้ง เว้นระยะห่าง 3 ถึง 6 สัปดาห์ โดยหัวจ่ายพลังงานปรับตามรูปร่างเพื่อส่งพลังงานอย่างแม่นยำในบริเวณอย่างหน้าท้อง สีข้าง ต้นขา และต้นแขน

หัตถการนี้เหมาะกับผู้ใหญ่อายุ 30 ถึง 60 ปีที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยและมีไขมันเฉพาะจุด โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวประเภท Fitzpatrick I ถึง IV และควรเลี่ยงในผู้ที่มีโรคผิวหนังที่กำลังกำเริบหรือมีวัสดุฝังใกล้บริเวณที่ทำ

ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้คือไขมันค่อย ๆ ลดลงและผิวกระชับขึ้น โดยเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 4 ถึง 6 สัปดาห์ และพัฒนาต่อเนื่องได้ถึง 3 เดือนหลังการรักษา

ผู้รับการรักษาควรปฏิบัติตามคำแนะนำหลังทำ เช่น เลี่ยงการโดนแดดและงดใช้ผลิตภัณฑ์ที่รุนแรงบนผิว และควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

เปรียบเทียบ Onda lifting กับการกระชับผิวแบบอื่น

Onda lifting ต่างจากการกระชับผิวแบบอื่นตรงที่ใช้เทคโนโลยี Coolwaves ซึ่งไม่เหมือนวิธีดั้งเดิมอย่างคลื่นวิทยุ อัลตราซาวด์ หรือเลเซอร์ ขณะที่เครื่องคลื่นวิทยุและอัลตราซาวด์อาศัยความร้อนกระตุ้นการปรับโครงสร้างคอลลาเจน Onda ใช้คลื่นไมโครเวฟที่ความถี่เฉพาะซึ่งมุ่งไปยังเซลล์ไขมันใต้ผิวโดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนร้อนเกินไป ความต่างนี้ทำให้มักต้องทำจำนวนครั้งน้อยกว่า โดยทั่วไป 2 ถึง 4 ครั้ง เว้นระยะห่างเป็นสัปดาห์ เมื่อเทียบกับวิธีอื่นที่อาจต้องทำ 6 ครั้งขึ้นไปเพื่อให้ได้ความกระชับใกล้เคียงกัน ในแง่ผลลัพธ์ Onda lifting ให้ทั้งการลดไขมันและการกระชับผิวไปพร้อมกัน ขณะที่บางทางเลือกแยกจัดการทีละอย่าง ตัวอย่างเช่น การรักษาด้วยเลเซอร์มักเน้นสภาพผิวและความกระชับ แต่ไม่ได้จัดการไขมันใต้ผิวหนัง ในทางกลับกัน Coolwaves ลงลึกกว่าเพื่อทำให้เซลล์ไขมันแตกตัวพร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงได้ประโยชน์สองทาง ระยะเวลาต่อครั้งโดยทั่วไปอยู่ที่ราว 30 ถึง 60 นาทีขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ซึ่งใกล้เคียงกับหัตถการแบบไม่ผ่าตัดอื่น ๆ ความสบายตัวก็ต่างกันด้วย มีรายงานว่า Onda lifting ค่อนข้างสบายตัวเพราะระบบทำความเย็นที่ควบคุมได้ช่วยปกป้องผิวชั้นบน จึงลดความเจ็บและความร้อนที่มักพบกับการรักษาด้วยคลื่นวิทยุหรือเลเซอร์ ขณะที่การรักษาด้วยอัลตราซาวด์บางชนิดอาจทำให้รู้สึกร้อนหรือไม่สบายตัวชัดเจนกว่า ดาวน์ไทม์ของทุกวิธีนั้นน้อย แต่ธรรมชาติที่ไม่ผ่าตัดและกลไกทำความเย็นผิวของ Onda ยิ่งช่วยลดการระคายเคืองหรืออาการแดงหลังทำ โดยรวมแล้ว Onda lifting ให้ภาพที่สมดุลทั้งการจัดการไขมันและการกระชับผิว โดยใช้จำนวนครั้งน้อยกว่าและสบายตัวกว่าทางเลือกที่มีอยู่หลายอย่าง สำหรับผู้ที่สนใจวิธีอื่น การศึกษาเรื่อง Titanium Lifting (ไทเทเนียม ลิฟติ้ง) คืออะไร ก็ช่วยให้เห็นมุมมองเพิ่มเติม

เกณฑ์สำคัญในการประเมินเทคโนโลยี Coolwaves ของ Onda lifting

Onda lifting ทำงานด้วยเทคโนโลยี Coolwaves ซึ่งปล่อยคลื่นไมโครเวฟที่ความถี่ราว 2.45 GHz ความถี่นี้มุ่งไปยังเนื้อเยื่อไขมันแบบเลือกจุด โดยทำให้เซลล์ไขมันร้อนขึ้นอย่างควบคุมได้ ขณะที่ผิวชั้นบนได้รับการปกป้องด้วยระบบทำความเย็นในตัว กลไกการทำงานคือการทำให้เซลล์ไขมันเกิดความเครียดจากความร้อนจนแตกตัว แล้วร่างกายค่อย ๆ กำจัดออกผ่านระบบน้ำเหลือง ในเวลาเดียวกัน ความร้อนยังกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ในชั้นหนังแท้ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินมากขึ้น จึงทำให้ผิวกระชับขึ้น บริเวณที่มักทำได้แก่ หน้าท้อง สีข้าง ต้นขา และต้นแขน ซึ่งเป็นจุดที่มักมีไขมันสะสมเฉพาะที่และผิวหย่อนคล้อย หัวจ่ายพลังงานของเครื่องออกแบบมาให้ปรับตามรูปร่างของแต่ละส่วน จึงส่งพลังงานได้อย่างแม่นยำ โดยทั่วไปต้องทำ 2 ถึง 4 ครั้ง เว้นระยะห่าง 3 ถึง 6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละคนและขนาดของบริเวณที่ทำ จากการสังเกตทางคลินิก คลื่นไมโครเวฟลงลึกประมาณ 1 ถึง 3 เซนติเมตร ซึ่งเพียงพอที่จะส่งผลต่อไขมันใต้ผิวหนังโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อโดยรอบ ระบบทำความเย็นในตัวรักษาอุณหภูมิผิวชั้นนอกให้ต่ำกว่า 15°C ระหว่างการรักษา ซึ่งช่วยให้สบายตัวขึ้นและลดความเสี่ยงของการไหม้หรือระคายเคือง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปัจจัยอย่างองค์ประกอบร่างกาย ความหนาของผิว และการทำตามระยะห่างของแต่ละครั้งที่แนะนำ ความปลอดภัยอยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อทำโดยบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมและปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนด สำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกเสริม เครื่องมืออย่าง Oligio X (โอลิจิโอ เอ็กซ์) ก็เป็นเทคโนโลยีทางเลือกอีกแบบหนึ่ง

ความเสี่ยงและข้อควรระวังก่อนทำ Onda lifting

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่า Onda lifting เป็นการรักษาแบบไม่ผ่าตัดจึงไม่มีความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงเลย แม้โดยทั่วไปจะปลอดภัย แต่ก็มีข้อควรพิจารณาและข้อห้ามที่ต้องรู้ ผลข้างเคียงอาจรวมถึงผิวแดงชั่วคราว บวมเล็กน้อย หรือรอยช้ำบาง ๆ บริเวณที่ทำ ซึ่งมักหายภายในไม่กี่วัน ในบางกรณีที่พบได้น้อย ผู้รับการรักษาอาจรู้สึกชาหรือจี๊ดจากการระคายเคืองของเส้นประสาท แต่อาการเหล่านี้มักเป็นเพียงชั่วคราว ตรงข้ามกับความเชื่อที่ว่าทุกคนทำได้ มีบางกลุ่มที่ควรเลี่ยง Onda lifting ได้แก่ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกายอย่างเครื่องกระตุ้นหัวใจ ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือมีแผลที่ผิวหนังในบริเวณที่จะทำ และผู้ที่มีภาวะทางร่างกายที่รุนแรง เช่น เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้หรือโรคภูมิต้านตนเอง นอกจากนี้ ผู้ที่มีวัสดุโลหะฝังอยู่ใกล้บริเวณที่ทำอาจมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากปฏิกิริยากับคลื่นไมโครเวฟ การดูแลหลังทำได้แก่ การเลี่ยงแดดจัด งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่รุนแรงบนผิว และดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ระบบน้ำเหลืองกำจัดเซลล์ไขมันที่แตกตัวแล้ว ผู้รับการรักษาควรสังเกตบริเวณที่ทำว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ เช่น ปวดยืดเยื้อ ตุ่มพอง หรือสัญญาณของการติดเชื้อ และควรพบแพทย์ทันทีหากเกิดอาการเหล่านี้ การคัดกรองผู้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและการปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยช่วยลดความเสี่ยงได้มาก และทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

Onda lifting เหมาะกับใคร ทำความเข้าใจผู้ที่เหมาะกับการรักษา

Onda lifting เหมาะกับผู้ที่มองหาทางเลือกแบบไม่ผ่าตัดสำหรับผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลางร่วมกับการลดไขมันเฉพาะจุด หากเป็นผู้ที่อายุระหว่าง 30 ถึง 60 ปี เริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อยแต่ผิวยังมีความยืดหยุ่นดี การรักษานี้อาจให้ผลที่สังเกตเห็นได้ ในทางกลับกัน ผู้ที่อายุน้อยกว่าและผิวยังไม่หย่อนมากแต่มีไขมันสะสมที่จัดการยากก็อาจได้ประโยชน์เช่นกัน โดยเฉพาะหากต้องการวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด การรักษานี้เหมาะกับผิวประเภท Fitzpatrick I ถึง IV เพราะพลังงานไมโครเวฟและระบบทำความเย็นช่วยลดความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงเม็ดสีผิวที่พบบ่อยในผิวสีเข้ม อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีโรคผิวหนังรุนแรงอย่างผื่นภูมิแพ้ผิวหนังหรือโรคสะเก็ดเงินในบริเวณที่จะทำ ควรเลื่อนการรักษาออกไปจนกว่าอาการจะสงบ บริเวณที่มักทำได้แก่ หน้าท้อง สีข้าง ต้นขาด้านใน และต้นแขน ซึ่งเป็นจุดที่มักมีทั้งไขมันสะสมและผิวหย่อนคล้อย ปัจจัยด้านวิถีชีวิตก็มีผลต่อความเหมาะสม ผู้ที่รักษาน้ำหนักให้คงที่และออกกำลังกายสม่ำเสมอมักได้ผลดีกว่าและอยู่ได้นานกว่า ในทางกลับกัน ผู้ที่น้ำหนักขึ้นลงมากหรือผิวเสียจากการสูบบุหรี่หรือแสงแดด อาจต้องมีการรักษาเสริมหรือเลือกวิธีอื่นอย่าง Titanium Lifting (ไทเทเนียม ลิฟติ้ง)

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ของ Onda lifting และสิ่งที่คาดหวังได้

ผลทันทีหลังทำ Onda lifting มักเป็นความรู้สึกอุ่นเล็กน้อยและผิวกระชับขึ้นบ้าง ซึ่งบางคนสังเกตได้ทันที อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ของรูปร่างและความกระชับจะค่อย ๆ เกิดขึ้นตลอดหลายสัปดาห์ เมื่อร่างกายกำจัดเซลล์ไขมันที่แตกตัวแล้วและคอลลาเจนค่อย ๆ ปรับโครงสร้างใหม่ ภายใน 4 ถึง 6 สัปดาห์แรกหลังการรักษา ผู้รับการรักษามักเห็นชั้นไขมันเฉพาะจุดบางลงและผิวเรียบเนียนขึ้น ระยะสั้นนี้สะท้อนการที่ระบบน้ำเหลืองกำจัดเศษไขมันและการสร้างคอลลาเจนในช่วงแรก ความเปลี่ยนแปลงอาจดีขึ้นต่อเนื่องได้ถึง 3 เดือนหลังการรักษาครั้งสุดท้าย โดยผิวจะแน่นและยืดหยุ่นขึ้นจากการปรับโครงสร้างของชั้นหนังแท้ที่ยังดำเนินอยู่ การรักษาผลในระยะยาวขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านวิถีชีวิต เช่น อาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลผิว การทำซ้ำทุก 6 ถึง 12 เดือนอาจช่วยรักษาผลไว้ได้ โดยเฉพาะในผู้ที่น้ำหนักขึ้นง่ายหรือผิวหย่อนคล้อยง่าย ผู้รับการรักษาควรตั้งความคาดหวังตามจริง โดยเข้าใจว่า Onda lifting ให้ผลแบบค่อยเป็นค่อยไปและสะสม ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทันที

ตัดสินใจว่า Onda lifting เหมาะกับคุณหรือไม่

  1. ประเมินเป้าหมายหลักของคุณ หากต้องการทั้งลดไขมันและกระชับผิวโดยไม่ผ่าตัด Onda lifting ก็เป็นทางเลือกที่สมดุล
  2. พิจารณาประวัติทางการแพทย์และข้อห้ามของตัวเอง เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยง
  3. ประเมินวิถีชีวิตและความตั้งใจที่จะรักษาผลลัพธ์ไว้ด้วยการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ
  4. ตรวจสอบระยะเวลาและจำนวนครั้งที่ต้องทำว่าเข้ากับตารางชีวิตของคุณหรือไม่
  5. ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติเพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลตามลักษณะผิวและองค์ประกอบร่างกายของคุณ การเลือก Onda lifting ขึ้นอยู่กับการชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดี ทั้งการไม่ต้องผ่าตัด กลไกที่ทำงานสองทาง และดาวน์ไทม์ที่น้อย กับปัจจัยอย่างระยะเวลากว่าจะเห็นผลและข้อจำกัดด้านความเหมาะสม สำหรับผู้ที่ตรงกับคุณสมบัติของผู้ที่เหมาะ นี่คือทางเลือกที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการทำให้ผิวกระชับและรูปร่างดูดีขึ้น โดยควบคุมความสบายตัวได้

คำถามที่พบบ่อย

Q : การทำ Onda lifting ครั้งหนึ่งใช้เวลานานแค่ไหน

a : โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30 ถึง 60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนบริเวณที่ทำ ระยะเวลานี้ทำให้เครื่องส่งพลังงานไมโครเวฟได้อย่างแม่นยำพร้อมกับทำความเย็นผิวเพื่อความสบายตัว การเว้นระยะห่างระหว่างแต่ละครั้งให้เหมาะสมช่วยให้ได้ผลดีโดยไม่ต้องใช้เวลามากเกินไป

Q : หลังทำ Onda lifting อาจมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

a : ผลข้างเคียงที่พบบ่อยได้แก่ ผิวแดงชั่วคราว บวมเล็กน้อย หรือรอยช้ำบาง ๆ บริเวณที่ทำ ซึ่งมักหายภายในไม่กี่วัน บางรายอาจรู้สึกชาหรือจี๊ดช่วงสั้น ๆ จากการระคายเคืองของเส้นประสาท แต่ความรู้สึกเหล่านี้มักอยู่ไม่นาน การสังเกตบริเวณที่ทำและปฏิบัติตามคำแนะนำหลังทำช่วยลดความไม่สบายตัวและทำให้ผิวฟื้นตัวได้ดี

Q : ทำ Onda lifting ร่วมกับหัตถการความงามอื่นได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

a : การทำ Onda lifting ร่วมกับหัตถการอื่นทำได้อย่างปลอดภัยเมื่อวางตารางอย่างเหมาะสมและอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากรที่มีคุณสมบัติ ตัวอย่างเช่น การเว้นระยะระหว่างการรักษาด้วยเลเซอร์หรือคลื่นวิทยุช่วยให้ผิวได้ฟื้นตัวและได้ผลสะสมมากที่สุด ควรปรึกษาแพทย์ของคุณเสมอเพื่อออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมายด้านความงาม นอกจากนี้ ผู้รับบริการบางรายยังศึกษา การรักษาด้วยสเต็มเซลล์สไตล์เกาหลี เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผิวแบบครบวงจร

Q : ควรทำ Onda lifting กี่ครั้งจึงจะได้ผลดีที่สุด

a : โดยทั่วไปแนะนำ 2 ถึง 4 ครั้ง เว้นระยะห่าง 3 ถึง 6 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลลดไขมันและกระชับผิวเต็มที่ จำนวนครั้งที่แน่นอนขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละคน เช่น ขนาดบริเวณที่ทำและผลลัพธ์ที่ต้องการ การทำตามตารางนี้ช่วยให้ร่างกายกำจัดเซลล์ไขมันที่แตกตัวแล้วได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมการปรับโครงสร้างคอลลาเจน

Q : ผิวทุกแบบทำ Onda lifting ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

a : โดยทั่วไป Onda lifting เหมาะกับผิวหลายแบบ โดยเฉพาะผิวประเภท Fitzpatrick I ถึง IV เพราะพลังงานไมโครเวฟที่ควบคุมได้และระบบทำความเย็นช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเม็ดสีผิว อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีโรคผิวหนังที่กำลังกำเริบอย่างผื่นภูมิแพ้ผิวหนังหรือโรคสะเก็ดเงิน ควรเลื่อนการรักษาออกไปจนกว่าผิวจะสงบ การประเมินโดยบุคลากรทางการแพทย์ช่วยให้ปลอดภัยและเหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน

สารบัญของบทความนี้

เปรียบเทียบ Onda lifting กับการกระชับผิวแบบอื่น

เกณฑ์สำคัญในการประเมินเทคโนโลยี Coolwaves ของ Onda lifting

ความเสี่ยงและข้อควรระวังก่อนทำ Onda lifting

Onda lifting เหมาะกับใคร ทำความเข้าใจผู้ที่เหมาะกับการรักษา

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ของ Onda lifting และสิ่งที่คาดหวังได้

ตัดสินใจว่า Onda lifting เหมาะกับคุณหรือไม่

Whatsapp KakaoTalk Call Instagram Tiktok Youtube

Yaan Clinic,

ข้อมูลเวลาทำการและการนัดหมายของคลินิก

เวลาทำการ

  • วันจันทร์และวันศุกร์10:00 am – 9:00 pm (รอบเย็น)
  • วันอังคาร วันพุธและวันพฤหัสบดี10:00 am – 7:00 pm
  • วันเสาร์10:00 am – 4:00 pm
  • วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ปิดทำการ
  • พักกลางวัน1:00 pm – 2:00 pm

นัดหมายและสอบถามข้อมูล

+82 10 5308 0499

5, Deokbong Building, 82-gil Bongeunsa-ro,
Gangnam-gu, Seoul

yaan09@naver.com